รถที่ผู้หญิง ชอบที่สุด

0 ความคิดเห็น

รถที่ผู้หญิงเทใจอยากให้แฟนซื้อเป็นของขวัญ
ใครเป็นพ่อบุญทุ่มต้องรีบหน่อยแล้ว

1.MINI COOPER
ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูจิ๋วๆ เล็กกระทัดรัด น่ารักในสายตาผู้คนที่พบเห็น เมื่อโลดแล่นอยู่บนถนนไม่ว่าจะเป็นตามตรอกซอกซอยแคบๆ หรือบนถนนใหญ่ด้วยสมรรถนะที่ออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม MINI ใหม่ภายใต้การบริหารงานโดย BMW ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา MINI ใหม่ ยังคงมีฐานการผลิตอยู่ที่เดิมคือโรงงาน Cowley และ Swindon ในอังกฤษ เพื่อให้คงไว้ซึ่งกลิ่นอายของ MINI ดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด BMW MINI ใหม่ ที่ผลิตออกมาหลังปี 2000 ได้ถูกออกแบบใหม่โดย Frank Stephenson โดยได้พยายามรักษาเค้าโครงดั้งเดิมของ MINI รุ่นพี่เอาไว้ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังต้องใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ อัดเข้าไปตามแนวทางที่ถนัดของ BMW ในที่สุด MINI ในทศวรรษที่ 21 ก็ออกมาจากสายพานการผลิตที่รู้จักกันในชื่อ MINI COOPER ผู้หญิงหลายคนต่างให้ความเห็นว่าหากคนรักซื้อให้เป็นของขวัญนับว่าเซอร์ไพร์เป็นที่สุดเพราะสนนราคาไม่ได้เล็กตามขนาดของรถเลย


2.VOLKSWAGEN NEW BEETLE
รถเต่าเจนเนอเรชั่นใหม่ รถที่สร้างประวัติศาสาตร์ให้วงการรถยนต์ด้วยรูปทรงอัน เป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะที่ผู้ขับขี่วางใจ ด้วยรูปทรงที่สะดุดตาของรถนิวบีเทิล ผลิตขึ้นอย่างประณีต ที่ออกแบบให้ยืดหยุ่นและคืนตัวได้โดยไม่ยุบเมื่อเผชิญแรงกระแทก เบาๆ อย่างในที่จอดรถ ด้วยรูปทรงคลาสสิค มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เลิศล้ำ ผิวสัมผัสเงางามเป็นประกาย บวกกับรอยยิ้มจับใจ จึงอาจเรียกได้ว่า รถนิวบีเทิลถูกสร้างมาเพื่อหยุดทุกสายตาให้มองจนเหลียวหลัง สวยส่วนใหญ่ก็เทใจให้กับรูปร่าง หน้าตาของมัน ที่น่ารัก แถมด้วยสีที่หวานชวนขับ เหมาะสำหรับผู้หญิงยิ่งนัก



3.TOYOTA BB
คันนี้เอาออกแบบว่าเพื่อเอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะ เพราะคอนเช็ปต์เค้าคือ โดนใจ วัยรุ่น ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่อินเทรนด์ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบซ้ำใคร และที่สำคัญ ต้องมีดนตรีในหัวใจ โดยเจาะตลาดในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มใช้รถยนต์ขนาดเล็ก รุ่นแรกเปิดตัวเมื่อปี 2000 โดยรุ่นใหม่จะมีสไตล์แบบเจาะจง ด้วยการออกแบบภายนอกและภายใน รวมถึงประโยชน์ใช้สอยของอุปกรณ์ต่างๆ การออกแบบภายนอกที่มีพื้นที่กระจกน้อย สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับห้องโดยสาร เหมือนว่านั่งอยู่ในโรงหนังหรือผับ โฮะๆ พูดถึงรูปร่างหน้าตาเอาไป 5 กระโหลก ในเรื่องความแปลกของการดีไซด์เพราะดูแล้ว มู่ตู๋ อยู่นะ แหม๋ที่ว่าแปลกน่ะ สาวๆเค้าชอบนัก





4. MAZDA 2
แค่เปิดตัวได้ไม่นาน ยอดขายพุ่งกระฉูด ยอดจองถล่มทลายเลย ทั้ง มาสด้า 2 5 ประตู และ มาสด้า 2 ซีดาน เรียกเสียงกรี๊ดทั้งรถและคนที่เป็นพรีเซนเตอร์ อย่าง เป้ อารักษ์ ออกตัวแรงด้วยสีสันกินใจ โดยผสมผสานความหรูหราสง่างามและความแข็งแกร่งในการออกแบบ พร้อมให้สมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่นตามแบบฉบับ ซูม-ซูม และความสะดวกสบาย รวมถึงความนุ่มนวลในการขับขี่ โดนใจวัยอ๊อดๆ อย่างยิ่ง ด้วยตัวรถที่ดูเล็กกระทัดรัด ง่ายต่อการเข้าจอดในที่แคบๆ บวกกับรูปทรงที่โดนใจแล้วนับเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้น่าขัยบยิ่งขึ้น นับว่ามาสด้าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีนี้


5.NISSAN MARCH
เปิดตัวครั้งแรกกับ Eco car เป็นคันแรกในประเทศไทย ครั้งแรกในโลกอย่าง All New Nissan March รถที่ประหยัดพลังงาน หน้าตารถที่ดูน่ารัก ขนาดกะทัดรัด และเป็นรถประหยัดน้ำมัน แถมราคาก็ไม่แพงจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่มีงบน้อย ชอบความประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะกับการขับรถในเมืองจะเลี้ยวจะจอด จะถอดหลัง ก็ง่ายไม่เป็นอุปสรรคและเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย














ข้อมูลจาก  http://auto.sanook.com/




Read On

Paris Hilton กับรถหรู Bentley

1 ความคิดเห็น


Paris Hilton แปลง Bentley Continental GT เป็นสีชมพู ราคา $ 200,000
 ปารีส ฮิลตันสาวไฮโซ ทายาทสาวพันล้านของอาณาจักรธุรกิจโรงแรมฮิลตัน  
กับความฝันวัยเด็ก แฟนตัวยงตุ๊กตาบาร์บี้
แพรีส วิตนีย์ ฮิลตัน (Paris Whitney Hilton) (17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524—ปัจจุบัน) เป็นนางแบบ นักแสดง และนักร้องชาวอเมริกัน และเป็นทายาทสกุลฮิลตันเจ้าของโรงแรมชื่อดัง

แพรีสเกิดที่เมืองนิวยอร์กซิตี เป็นลูกคนโตของ ริชาร์ด ฮิลตัน และ แคธี ฮิลตัน แพรีสมีน้องสาวชื่อ นิคกี ฮิลตัน และน้องชายแบร์รอน ฮิลตัน II และ คอนแรด ฮิลตัน II ปู่ของแพรีส (แบร์รอน ฮิลตัน) และปู่ทวด คอนแรด ฮิลตัน ผู้ก่อตั้งโรงแรมฮิลตัน หลังจากที่ปู่ทวดเสียชีวิตลงได้ทิ้งมรดกไว้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่า แพรีสจะมีทรัพย์สินประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2 พันล้านบาท ปี พ.ศ. 2548)

ชื่อเสียงของเธอในช่วงแรก จัดเป็นสาวไฮโซสุดหรู ออกงานปาร์ตี้บ่อยครั้ง และเป็นหลานปู่ของมหาเศรษฐีเจ้าของเครือโรงแรมใหญ่ ฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล ช่วงนั้นเธอมักออกงานคู่กันระหว่างแพรีสกับนิคกี้ ฮิลตัน น้องสาว

เธอหาเงินเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่อายุ 18 ปี ด้วยการก้าวสู่วงการแฟชั่น แพรีสเริ่มมีข่าวความสัมพันธ์กับคนดังอย่าง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ, เอ็ดเวิร์ด เฟอลอง, จิมมี่ เคนเนดี้, ไซมอน เร็ก และมีนักร้องวงแบ็คสตรีท บอยส์ นิค คาร์เตอร์ ไม่เว้นแม้แต่นักมวยอย่าง ออสการ์ เดอ ลา โฮยา และเจ้าของไนต์คลับอย่าง อินกริด คาซาเรส

แฟนเก่า “ริค ซาโลมอน” เปิดเว็บไซต์ขายเซ็กซ์เทปของเขาทั้งสองที่ถ่ายกันเอง ผ่านอินเทอร์เน็ต TrustFundGirls.com เมื่อเดือนตุลาคม 2003 ซึ่งเป็นวิดีโอที่เธอถ่ายตอนอายุ 19 ตามด้วยการออกเป็นดีวีดีชื่อ “1 Night in Paris” เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา แพรีสได้ดำเนินการฟ้องร้องอดีตคู่ขา แต่ลงเอยด้วยการประนีประนอมยอมความกัน โดยเธอได้เงิน 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ

แพรีสคบหาเพื่อนสวยๆ อย่าง นิโคล ริชชี่ บุตรสาวของไลโอเนล ริชชี (Lionel Richie) ทั้งคู่สนิทกันมาก่อนที่จะตกลงทำรายการโทรทัศน์ด้วยกัน ในรายการเรียลลิตี้โชว์ "เดอะ ซิมเพิล ไลฟ์" รูปแบบของรายการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตนเพื่อความอยู่รอดของเด็กสาวผู้ร่ำรวย 2 คน เมื่อต้องเผชิญอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง รายการนี้ประสบความสำเร็จทันทีเมื่อออกอากาศครั้งแรก มีผู้ชมสูงกว่า 13 ล้านคน แม้ระยะนั้นจะเริ่มมีเทปวีดิโอฉาวของแพรีส ระบาดไปทั่วแล้วก็ตาม แต่เธอก็เก่งกล้าพอที่จะไม่ปล่อยให้สื่อแย่ๆ หยุดเธอได้ รายการเรียลลิตี้ยังคงมีอยู่ต่อไป ขณะที่เธอกลายเป็นดาวดัง สร้างเรตติ้งที่สูงๆ ขึ้นให้กับรายการอย่างเหลือเชื่อ โดยรายการนี้ได้มีถึง 5 ซีซั่น

เธอได้เป็นนางแบบที่มีชื่อเสียง ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง House of Wax ในปี 2004 หนังสืออัตชีวะประวัติของตัวเองที่ชื่อ Confession of Paris ก็เป็นหนังสือขายดีที่สุด ทั้งๆ ที่เธอยังมีข่าวฉาวโผล่ออกมาให้เห็นไม่เว้นวัน

พฤษภาคม 2007 เธอถูกศาลตัดสินโทษในการจำคุกเป็นเวลา 45 วัน โทษฐานฝ่าฝืนทัณฑ์บนในการเมาแล้วขับและขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ โดยเมื่อเดือนม.ค.2007 เมื่อแพรีสยอมรับผิดในข้อหาเมาแล้วขับเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ปีก่อน ทำให้เธอได้รับทัณฑ์บนเป็นเวลา 36 เดือน รวมทั้งต้องเข้ารับการศึกษาเรื่องพิษภัยของแอลกอฮอล์ และเสียค่าปรับเป็นเงิน 1,500 เหรียญ แต่การที่เธอถูกจับในข้อหาขับรถโดยประมาทอีก 2 ครั้ง และไม่ยอมไปเข้ารับการศึกษาพิษภัยของแอลกอฮอล์ตามที่ศาลออกคำสั่งไว้ ทำให้เธอต้องมารับโทษในที่สุด

อาชีพ
อาชีพปัจจุบัน แพรีสปรากฏตัวตามรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ โฆษณาและการถ่ายแบบต่างๆ โดยมีรายได้ประมาณ $15.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ในปี พ.ศ. 2548) นิตยสารฟอรบส์ได้มีการจัดอันดับแพรีส เป็น 1 ใน 100 ดาราที่มีเสียงทั่วโลก นอกจากนั้น เธอมีคอลเลกชั่นเครื่องประดับของเธอเองที่ออกแบบเองขาย แล้วเพิ่งเปิดตัวไนต์คลับสุดหรูด้วยชื่อของเธอเอง "Club Paris" เมื่อต้นเดือนนี้ ที่ฟลอริดา

แพรีสจับมือเซ็นสัญญากับ บริษัท Parlux Fragrances ซึ่งผลิตและขายสินค้าในยี่ห้อ Perry Ellis, XOXO และ Guess? ที่เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่ เพื่อสร้างสินค้าและทำการตลาด มีผลิตภัณฑ์ทั้งเครื่องสำอาง กระเป๋าถือ เครื่องหนัง เครื่องประดับ ที่ส่งออกขายทั่วโลก โดยเฉพาะน้ำหอมที่มีชื่อ “Paris Hilton” เป็นแบรนด์ประสบความสำเร็จมาก

งานในวงการ เริ่มต้นเมื่อปี 2004 จากการรับเป็นพรีเซ็นเตอร์และเริ่มเล่นหนังโฆษณา รวมถึงมิวสิกวิดีโอหลายตัว เธอพัฒนาตัวเองด้วยการเริ่มต้นในอาชีพนางแบบ

ผลงานภาพยนตร์

- The Simple Life (2006)
- Pledge This! (2006)
- Bottom's Up (2006)
- Meat Pie (2005)
- House of Wax (2005)
- The Simple Life (2005)
- The Hillz (2004)
- Raising Helen (2004)
- The Simple Life 2: Road Trip (2004)
- 1 Night in Paris (2004)
- Wonderland (2003)
- L.A. Knights (2003)
- Pauly Shore Is Dead (2003)
- The Simple Life (2003)
- QIK2JDG (2002)
- Nine Lives (2002)
- Zoolander (2001)
- Sweetie Pie (2000)

ผลงานเพลง
แพรีส ฮิลตัน ได้ออกอัลบั้มชุดแรกโดยใช้ชื่อชุดว่า Paris มีเพลงซิงเกิ้ลแรก "Stars Are Blind" ที่โปรดิวซ์โดย Fernando Garibay ขึ้นชาร์ทซิงเกิ้ลบิลบอร์ดอันดับที่ 18 ส่วนตัวอัลบั้มขึ้นสูงสุดอันดับ 6 ในอเมริกา

ทำไมผู้หญิงถึงชอบสีชมพู

ผลการศึกษาของคณะนักวิจัยที่นำโดยดร.อันยา เฮอล์เบิร์ต จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลในออสเตรเลียที่เผยแพร่ผ่านวารสารด้านชีววิทยา Current Biology พบว่า สาเหตุ ที่ทำให้ผู้หญิงชอบสีชมพูหรือสีที่มีเฉดใกล้เคียง อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะสีเหล่านี้สื่อความหมายที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถเลือกเก็บผลไม้ที่สุกงอมมารับประทาน และเลือกคู่ชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรง

คณะวิจัยได้ทดลองให้ชายหญิงอายุระหว่าง 20-29 ปีกว่า 200 คนเลือกสีที่ชอบบนจอคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงที่ประกอบด้วยหลากหลายเชื้อชาติมีแนวโน้มเลือกสีออกฟ้าที่มีสีแดงปนอยู่มากกว่า และมีแนวโน้มไม่เลือกสีออกเขียวและเหลืองมากกว่า และเหตุผลของการเลือกน่าจะอธิบายได้ด้วยหลักการทางชีววิทยา มากกว่าวิวัฒนาการทางสังคมที่ปลูกฝังว่าสีชมพูเป็นสีของผู้หญิง

ทั้งนี้เพราะในสังคมจีนซึ่งสีแดงเป็นสีของความโชคดีนั้น ผู้ชายจีนในกลุ่มทดลองก็ไม่ได้เลือกสีแดง ทั้งที่ อยู่ในสังคมที่ปลูกฝังเรื่องสีแดงนำโชค แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าวัฒนธรรมและกระแสนิยมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงชื่นชอบสีชมพู

ผลการศึกษายังพบด้วยว่า สีที่ทั้งชายและหญิงชอบร่วมกันมากที่สุดคือสีฟ้า ซึ่งดร.เฮอล์เบิร์ตอธิบายว่า เรื่องนี้ก็เป็นไปตามธรรมชาติเช่นกัน เพราะสีฟ้าสะท้อนถึงสภาพอากาศที่โปร่งใส และสีฟ้ายังหมายถึงแหล่งน้ำที่ดีด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oknation.net/



ผู้ชายสีฟ้า VS ผู้หญิงสีชมพู

หัวข้อหนึ่งซึ่งเป็นที่สนใจกันมากหัวข้อหนึ่งก็คือ เพราะเหตุใดผู้ชายจึงชอบสีฟ้า? และเพราะเหตุใดผู้หญิงจึงชอบสีชมพู? หรืออาจถามในอีกแนวหนึ่งว่า ทำไมสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงความเป็นเพศชายจึงใช้สีฟ้า และสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงความเป็นเพศหญิงจึงใช้สีชมพู?


ในทางจิตวิทยามีการค้นพบว่า เรื่องของสีฟ้าและสีชมพูนั้นเป็นสิ่งที่มีมาพร้อมๆ กับวิวัฒนาการของมนุษย์เลยนะครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า ในสมัยดึกดำบรรพ์นั้นมนุษย์มีวิถีชีวิตที่ไม่ซับซ้อนมากนัก มีการแบ่งแยกภาระหน้าที่ในกลุ่มหรือในครอบครัวกันอย่างชัดเจน โดยมนุษย์เพศชายจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่นอกบ้าน (หรือนอกถ้ำก็ว่าได้) เพื่อออกไปล่าสัตว์ในตอนกลางวัน และกลับบ้านพร้อมซากสัตว์ที่ล่าได้ในตอนเย็น
 ดังนั้น มนุษย์เพศชายจึงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ผืนฟ้าล้อมรอบ ด้วยเหตุนี้เองมนุษย์เพศชายจึงมีความผูกพันกับสีฟ้ามากเป็นพิเศษ ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นมรดกทางความรู้สึกนึกคิดที่ตกทอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้

สำหรับมนุษย์เพศหญิงนั้นก็จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน หรือถ้าจะออกนอกบ้านก็จะอยู่ในบริเวณโดยรอบ ทำให้สภาพแวดล้อมที่ปรากฏจึงมีแต่ดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม แลดูสบายตา แล้วนั่นก็เลยทำให้มนุษย์เพศหญิงผูกพันกับสีชมพูมากเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตาม การค้นพบที่ว่านี้เป็นสิ่งที่แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์หรือเชิงนามธรรมเท่านั้น ไม่ได้แสดงถึงความชอบหรือไม่ชอบซึ่งเกี่ยวข้องกับทัศนคติส่วนบุคคลแต่อย่างใด ดังนั้น เราจึงไม่อาจเหมารวมได้ว่าผู้ชายที่ชอบสีชมพูอาจมีจิตใจเบี่ยงเบนไปทางเพศหญิง หรือในทางกลับกันผู้หญิงที่ชอบสีฟ้าก็มีจิตใจเบี่ยงเบนไปทางเพศชายได้

ขอบคุณข้อมูลจาก http://koalar2003.spaces.live.com/


แล้วคุณล่ะ ชอบสีอะไร

 ทายนิสัย : ทายนิสัยจากสีโปรด


เชื่อกันว่า สีมีอิทธิพลต่อจิตใจและอารมณ์ของคนเรา เช่น สีที่ร้อนแรง ฉูดฉาด จะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกตื่นตัว อย่างสัญญาณไฟเบรคท้ายรถก็ใช้สีแดง เพื่อให้สะดุดตาและความรู้สึกของคน หรือสีโทนขรึม ๆ ก็จะช่วยให้อารมณ์ของคนสงบ เยือกเย็นลง หรือสีสว่างอ่อนๆ ทำให้คนรู้สึกสบายตา อารมณผ่อนคลาย และไม่รู้สึกซึมเศร้า

นอกจากนี้ สีแต่ละสีมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับสภาพจิตใจและร่างกายของคนเราอย่างไร แล้วแปลผลออกมาเป็นลักษณะบุคลิกภาพของบุคคล ลองเลือกสีจำนวน 8 สีต่อไปนี้ดูนะคะว่า มีสีไหนที่คุณชอบมากที่สุด เรียงตามลำดับไปจนถึงสีที่คุณชอบน้อยที่สุด...แล้วดูคำเฉลยว่าคุณเป็นคนอย่างไร?




สีแดง 

ถ้าคุณชอบสีแดงมากที่สุด แสดงว่าคุณเป็นคนค่อนข้างหุนหันพลันแล่นเอาการ ชอบที่จะเป็นผู้ชนะ และเป็นคนที่เซ็กซี่ไม่เบา คุณสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ มีแรงปรารถนาที่จะดำเนินชีวิตไปสู่จุดสุดยอดหรือไปให้ถึงปลายสายรุ้งที่วาดหวังเอาไว้ เพราะสีแดงเป็นตัวแทนของอารมณ์ที่ร้อนแรงและพลังที่ไม่รู้จักมอด แต่ถ้าคุณเลือกสีแดงเป็นอันดับที่เจ็ดหรือแปด นั่นหมายถึงคุณไม่ค่อยมีความกระหายที่จะใช้ชีวิตโลดโผนโจนทะยานหรือไม่ปรารถนาผจญภัย

สีเหลือง 

เป็นตัวแทนของความสนุกสนาน และความผ่อนคลาย ใครที่เลือกสีเหลืองเป็นอันดับสอง สามหรือสี่ แสดงว่าคุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ให้ความสำคัญกับอนาคตและไม่ติดอยู่กับอดีต คุณใฝ่หาชีวิตที่เรียบง่าย มองปัญหาเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยและปราศจากความกังวล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนเกียจคร้าน คนที่ชอบสีนี้อาจเป็นคนทุ่มเทให้กับการทำงาน เพียงแต่ไม่เอาจริงเอาจังอย่างสม่ำเสมอ ก็แหม ! คุณเป็นคนที่ชอบอะไร ๆ ที่ง่าย ๆ และผ่อนคลาย ถ้าคุณเลือกสีเหลืองเป็นอันดับแรก แปลได้ว่าคุณมีความทะเยอทะยาน และกระตือรือร้นกับสิ่งที่ทำให้คุณพอใจและเพลิดเพลิน ถ้าคุณเลือกสีเหลืองเป็นสีสุดท้าย แสดงว่าคุณรู้สึกโดดเดี่ยว จมอยู่กับความหดหู่และผิดหวัง ซึ่งทำให้คุณกลายเป็นคนแยกตัวจากสังคม และชอบปกป้องตัวเองจากคนอื่น ๆ

สีเขียว

เป็นตัวแทนของความมั่นคงและความเป็นอนุรักษ์นิยม หรือต่อต้านความเปลี่ยนแปลง คนที่เลือกสีนี้เป็นอันดับแรกบ่งบอกถึงลักษณะของการเป็นคนหนักแน่นยืนกรานแบบกระต่ายขาเดียว ชอบแสดงความเป็นเจ้าของและค่อนข้างเห็นแก่ตัว คุณเป็นคนมีความสามารถสูงและเป็นนักวัตถุนิยม ชอบสะสมสิ่งหรูหราที่เชิดหน้าชูตา เช่น นาฬิกาโรเล็กซ์ รถยนต์ยี่ห้อดี ๆ ห้องชุดหรูหราที่อยู่บนชั้นสูงสุดหรือเพนท์เฮ้าส์ คุณปรารถนาที่จะสร้างความประทับใจ และคุณเป็นคนกลัวความล้มเหลวในอนาคต ถ้าเลือกสีเขียวเป็นสีสุดท้าย หมายถึง คุณเคยถูกขัดขวางความก้าวหน้า จนทำให้เกิดความรู้สึกต่ำต้อยเจ็บช้ำน้ำใจ ซึ่งยังคงฝังอยู่ในใจของคุณ ทำให้คุณกลายเป็นคนช่างวิพากษ์วิจารณ์ ถากถาง เย้ยหยัน และดื้อรั้น

สีม่วง

เป็นสีที่มีส่วนผสมของสีฟ้าและสีแดง จึงจัดเป็นตัวแทนของความขัดแย้งระหว่างความรุนแรง หุนหัน พลันแล่น และความสงบเยื่อกเย็น ความแตกต่างระหว่างการอยากมีอำนาจควบคุมคนอื่นกับการสยบยอม คนที่ชอบสีม่วงเป็นอันดับแรก บ่งบอกถึงความเป็นคนที่ปรารถนาจะแสวงหาสัมพันธภาพที่ดีเลิศสุดวิเศษ ต้องการค้นหาในสิ่งลี้ลับเหนือโลก คุณมีความเป็นเด็กสูง ค่อนข้างขาดวุฒิภาวะ และมักติดอยู่กับความเพ้อฝัน ส่วนคนที่ชอบสีนี้เป็นอันดับท้าย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีวุฒิภาวะ ไม่ติดอยู่กับความฝันเฟื่อง แต่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

สีน้ำตาล

เป็นสีของมีสุขภาพที่ดี ถ้าเลือกสีนี้เป็นสีที่สี่หรือห้า แสดงว่าคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและรูปลักษณ์ จึงเป็นไปได้ที่คุณน่าจะเป็นคนรูปร่างสวยหุ่นดี แต่ถ้าคุณเลือกสีน้ำตาลเป็นอันดับต้น ๆ นั่นหมายถึงคุณเป็นคนขี้กังวลกับเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย และถ้าสีน้ำตาลเป็นสีโปรดอันดับหนึ่งของคุณ แสดงว่าคุณเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ค่อนข้างกระสับกระส่ายกระวนกระวาย หรือหมายถึงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่มั่นคง เขาพบว่าส่วนใหญ่พวกอพยพจะเลือกสีน้ำตาลเป็นอันดับแรก แต่ถ้าคุณเลือกสีน้ำตาลเป็นอันดับสุดท้าย แสดงว่าคุณเป็นคนไม่แยแสกับเรื่องสุขภาพเลย

สีเทา

จัดเป็นสีกลางๆ และเสมือนจุดกึ่งกลางระหว่างสิ่งที่แตกต่างกันสองสิ่ง และแรงดลใจสองขั้ว คนที่พิศวาสสีเทามากที่สุด หมายถึงการเป็นคนปิดตัวเองจากสิ่งต่างๆ ภายนอก และกันตัวเองให้พ้นจากข้อมูลมัดหรือพันธะทั้งหลายๆ คุณมักขึ้น ๆ ลง ๆ ระหว่างการใช้เหตุผลกับการใช้อารมณ์ และจะรู้สึกเครียดเมื่อต้องมีส่วนร่วมหรือต้องติดอยู่กับกลุ่ม คุณชอบสังเกตการณ์อยู่รอบนอกมากกว่าจะกระโดดเข้ามาร่วมวงกับคนอื่น ๆ ส่วนใครที่เลือกสีเทาเป็นสีสุดท้ายแสดงว่าคุณแสวงหาการมีส่วนร่วม และเป็นคนกระตือรือร้นอย่างมาก

สีฟ้า

เป็นตัวแทนของความสงบและซื่อสัตย์ คนที่ชอบสีฟ้าเป็นชีวิตจิตใจมักเป็นคนอ่อนไหว เซ็นซิทิฟ และรู้สึกเจ็บปวดได้ง่าย คุณพอใจในวิถีการดำเนินชีวิตของตัวเอง คุณปรารถนาชีวิตที่สงบ ราบรื่น ไร้กังวล และพร้อมที่จะยอมอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความปรารถนานี้ คุณต้องการสัมพันธภาพที่มั่นคง ปราศจากความขัดแย้ง คนที่เลือกสีฟ้าเป็นอันดับรองลงมา หมายถึงคุณไม่พอใจในตัวเองยิ่งคุณไม่ชอบสีฟ้ามากเท่าไร ก็แสดงว่าคุณปรารถนาที่จะทำลายสิ่งผูกมัดที่ควบคุมคุณอยู่มากเท่านั้น แต่คุณก็ยังไม่ถึงกับมีความคิดที่จะโผบินไปจากครอบครัวหรือจากหน้าที่การงานจริงๆ นอกจากเพียงแค่รู้สึกทุกข์ใจอยู่เงียบ ๆ

สีดำ

โดยนัยลึก ๆ สีดำหมายถึงคำปฏิเสธว่า ' ไม่ ' ใครที่ชอบสีดำมากที่สุด ( ซึ่งก็หาได้ยาก ) เป็นคนที่ต้องการท้าทายและอยากต่อต้านพรหมลิขิต ถ้าใครเลือกสีดำเป็นอันดับสอง นั่นหมายถึงคุณพร้อมที่จะยอมเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่คุณต้องการ และถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเลือกสีดำเป็นอันดับที่เจ็ดหรือแปด ซึ่งก็หมายถึงการยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของโชคชะตา ถ้าใครเลือกสีเหลืองเป็นอันดับแรกและตามด้วยสีดำ แสดงว่าเป็นคนที่ชอบการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ

เรื่องจาก Forward Mail








Read On

หนังสือ สอนสาวๆดูแลรถ Essential Car Care for Girls

0 ความคิดเห็น

หนังสือสำหรับผู้หญิง ที่สอนทุกอย่างเกี่ยวกับการดูแลรถของตัวเอง มีรูปภาพประกอบทุกขั้นตอน สอนเกี่ยวกับการเปลี่ยนยาง อุปกรณ์ ต่างๆที่ควรมีติดรถยนต์ กล่องเครื่องมือ, การตรวจวัดลมยาง การชาร์ตแบตเตอรี่  การตรวจสอบน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ,แนะนำวิธี ควรทำอย่างไรเมื่อประสบอุบัติเหตุ การซื้อขาย รถ และความรู้เรื่องรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ,คำศัพท์ต่างๆ เกี่ยวกับระบบรถยนต์ เช่น แรงม้า, การใช้รถแบบประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ผู้เขียน Danielle McCormick
วางจำหน่าย ในประเทศอังกฤษ ราคา 5.80 ยูโร
มี 70 หน้า
Publisher: RTB Media Limited; 1st edition (2 Nov 2007)
Language English

ว่างๆ เอามาแปลขายดีกว่า อิอิ

Read On

Honda CR-Z Hybrid

0 ความคิดเห็น

สร้างความฮือฮาตั้งแต่การเปิดตัวต้นแบบ CR-Zsportsในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2007 ด้วยแนวคิดสร้างสปอร์ตคาร์ขนาดเล็ก แถมประหยัดน้ำมันกับระบบไฮบริด...ข่าวลือ ข่าวจริง ในการทำตลาดหรือช่วงระยะเวลาเปิดตัว ได้รับความสนใจและพูดถึงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา (จริงๆฮอนด้ายืนยันการทำตลาดตั้งแต่ปลายปี 2009)
...การรอคอยสิ้นสุดลง เมื่อฮอนด้าจัดการนำต้นแบบรุ่นดังกล่าว มาขึ้นสายการผลิตจริงที่โรงงานเมืองซึซึกะ ประเทศญี่ปุ่น ต้นปี 2010 และเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยชื่อทำตลาดอย่างเป็นทางการว่า CR-Z
CR-Z Hybridอิงพื้นฐานวิศวกรรมเดียวกับ อินไซท์ ไฮบริด แต่เลือกวางเครื่องยนต์รหัส L15A ที่ใช้ในแจ๊ซ ซิตี้ ฟรีด (จริงๆทั้งหมดใช้แพลตฟอร์มเดียวกันคือ Global Small Platform ของฮอนด้า) พร้อมระบบไฮบริดแบบ IMA - Integrated Motor Assist ซึ่งเครื่องยนต์ยังทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน แต่พลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยกรณีที่ผู้ขับต้องการเพิ่มกำลัง หรือตอนเร่งความเร็ว (ต่างจากระบบไฮบริดของโตโยต้า)

สำหรับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 14 แรงม้าที่ 1500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติแบบอัตรทดแปรผันต่อเนื่องCVT 7 สปีด

หลังการเปิดตัวที่ญี่ปุ่นไม่นาน ผู้นำเข้าอิสระบ้านเราก็รีบสั่งเข้ามาทำตลาดทันที ซึ่งหนึ่งในนั้นคือค่ายเกรย์มาร์เก็ตไฟแรง TSL.... “ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง” มีโอกาสนำสปอร์ตไฮบริดสายพันธุ์ใหม่มาลองขับ ซึ่งเป็นรุ่นเกียร์ CVT ราคา2.49 ล้านบาท

โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ออกแนวสปอร์ตคูเป้ ขับไปบนท้องถนนสะกดได้ทุกสายตา การเข้าออกแม้รถจะต่ำเตี้ยแต่ด้วยประตูบานกว้างก็ไม่เป็นปัญหา ส่วน“ด๊อกซีท”ด้านหลังอย่าคิดไปนั่งหรือขนเพื่อนไปเพิ่มให้ลำบาก แต่กระนั้นถ้าพับราบก็จะเรียบได้กับพื้นที่เก็บสำภาระด้านหลัง เพิ่มความอเนกประสงค์




 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2553 11:59 น.

ข้อมูลจาก  http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9530000064283
Read On

การขับรถขณะฝนตก

0 ความคิดเห็น

การขับรถขณะฝนตก



หน้าฝนแล้ว และเมืองไทย ฝนก็ตกไม่ค่อยเป็นไปตามฤดูกาล อ่านเจอข้อมูลนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ แต่ในสถานการณ์ ที่ต่างกัน สภาพแวดล้อม ต่างกัน ก็ต้องประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ที่สำคัญ คือ มีสติ จะได้ไม่เสีย สตังค์ จ้า


 
1. ไม่ขับชิดคันหน้าเกินไป
จากทัศนวิสัยที่ไม่แจ่มชัดในขณะฝนตก บวกกับสภาพถนนที่เปียกลื่น การขับจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ไม่ควรใช้ความเร็วสูง และที่สำคัญไม่ขับชิดคันหน้าจนเกินไป ควรทิ้งระยะห่างจากการขับในสภาพปกติ อีก 10-15 เมตร เพื่อความปลอดภัย

2. ชะลอความเร็วเพื่อความปลอดภัย
ในกรณีที่ฝนตกหนัก การใช้ความเร็วสูงในการขับคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก และในกรณีที่ฝนตกปรอยๆ หรือหลังฝนหยุดใหม่ๆ ควรขับด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรใช้ความเร็วสูงด้วยเช่นกัน จากการทดสอบในช่วงฝนเริ่มตกจนถึง 10 นาทีแรก ค่าความต้านทานต่อการลื่นไถล ของผิวถนนจะลดต่ำลงมาก เพราะน้ำฝนจะไปชะล้าง คราบดินหรือฝุ่นละอองที่อยู่บนถนน คล้ายกับมีการละเลงโคลน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย อาจทำให้เกิดอาการ HYDRO PLANING จนทำให้เกิดการแฉลบ  

จากการทดสอบในช่วงความ เร็วต่ำกว่า 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะยังไม่เกิด HYDRO PLANING ช่วงความเร็ว 70-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะเริ่มมีการเข้าแทรกกลางระหว่างผิวถนน และยางของน้ำ แต่ถ้าความเร็วเกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง น้ำจะเข้าแทรกกลางอย่างสมบูรณ์ และไม่มีการสัมผัสกัน ระหว่างหน้ายางกับผิวถนน อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ HYDRO PLANING เช่นความเร็ว, แรงดันลมยาง, ความมากน้อยของน้ำบนผิวถนน และความเก่าใหม่ของยาง

3. เปิดไฟเพิ่มความปลอดภัย แม้ช่วงฝนตกจะเป็นเวลากลางวัน แต่บ่อยครั้งสภาพอากาศในช่วงเวลาที่ฝนตก มักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ ทำให้ประสิทธิภาพในการมองของผู้ขับลดลง การเปิดไฟคู่หน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตนเอง และเพื่อนร่วมทาง

4. การใช้น้ำฉีดกระจก
ในช่วงที่ฝนตกปรอยๆ หรือหลังฝนหยุดใหม่ๆ น้ำที่กระเด็นจากการดีด ของล้อรถยนต์คันหน้ามีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน เพราะเป็นการผสมระหว่าง น้ำกับฝุ่นละอองบนถนน เมื่อกระเด็นมาเกาะที่กระจกบังลมหน้าของรถยนต์คันหลัง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยได้ชัดเจน แม้ใช้ก้านปัดน้ำฝนก็ไม่สามารถกวาดได้อย่างหมดจด ต้องใช้น้ำฉีดกระจก ช่วยชะล้างคราบโคลน ผู้ขับควร ตรวจสอบระดับของน้ำในกระป๋องอยู่เสมอ แต่ข้อควรระมัดระวังคือไม่ควรฉีดน้ำในขณะขับด้วยความเร็วสูง

5. หลีกเลี่ยงการเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อฝนตกหนัก
บ่อยครั้งที่ฝนตกหนักจนทัศนวิสัยข้างหน้าไม่ชัดเจน ผู้ขับมักนิยมไฟฉุกเฉินด้วยความหวังดี เพราะต้องการให้รถยนต์ที่ตามมาข้างหลังเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งที่ความจริงแล้ว เป็นเรื่องไม่จำเป็นและเป็นการรบกวนสายตา
ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้ขับรถยนต์คันหน้าต้องการเปลี่ยนช่องทาง จะทำให้ผู้ขับรถยนต์ ที่ตามมาข้างหลังไม่ทราบเพราะมีไฟกะพริบทั้ง 4 มุม แค่เปิดไฟต่ำก็เพียงพอแล้ว

ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่ฝนตกหนักคือ ไม่ควรขับชิดรถยนต์คันหน้าเกินไป ใช้ความเร็วต่ำเปิดไฟส่องสว่าง เพื่อให้ผู้ขับรถยนต์คันที่อยู่ข้างหน้าและหลังทราบ และไม่ควรเปลี่ยนช่องทางโดยไม่จำเป็น หากฝนตกหนักจนทัศนวิสัยแย่จริงๆ ควรจอดรถยนต์ ชิดไหล่ทางและเปิดไฟฉุกเฉิน ให้รถยนต์ที่ตามมาด้านหลังทราบ รอจนกระทั่งฝนลดลงแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ

6. ยาง อีกความปลอดภัยในหน้าฝน
ยางรถยนต์มีผลอย่างมากต่อความปลอดภัย หากสูบลมยางน้อยไป อาจทำให้รถยนต์แฉลบได้ง่าย ซึ่งในหน้าฝนควรเพิ่มแรงดันลมให้มากขึ้นจากเดิมอีก 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อให้หน้ายางแข็ง และมีกำลังในการรีดน้ำ
ดอกยางและขนาดของหน้ายาง ยังมีผลต่อประสิทธิภาพการยึดเกาะในขณะขับรถยนต์ หากใช้ยางดอกละเอียดจะทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เพราะมีการรีดน้ำได้ดีขณะที่หน้ายางยิ่งกว้าง ยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะลดลง เพราะประสิทธิภาพในการรีดน้ำออกจากหน้ายางลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับยางที่มีหน้ายางแคบกว่า








Read On

วิธีขับรถ ลุยน้ำท่วม กทม.

0 ความคิดเห็น

วิธีขับรถ ลุยน้ำท่วม กทม.

1. ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะขับรถลุยน้ำลึก หรือแม้จะน้ำตื้นก็ตาม เพราะ สาเหตุที่รถดับ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ เพราะว่า เมื่อเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน ทำให้ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง แล้วทำให้เครื่องดับ แต่ถ้าโชคดี หรือโชคร้าย ถ้าเครื่องไม่ดับ ใบพัดก็จะหมุน ๆ แล้วในขณะที่ลุยน้ำนั้น ก็อาจจะมีขยะต่าง ๆ เช่น กิ่งไม้ ถุงพลาสติก เศษกระดาษ เป็นต้น ขยะพวกนี้ มีโอกาสที่จะเข้ามาในห้องเครื่อง แล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหัก ซึ่งถ้าใบพัดหัก แน่นอนว่า จะไม่สามารถขับรถต่อไปได้อย่างแน่นอน เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหา

2. ควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับ เกียร์ธรรมดา ก็ใช้ประมาณเกียร์ 2 หรือสำหรับออโต้ ก็ใช้เกียร์ L ก็ได้ รวมถึงการขับขี่ที่มีความเร็วต่ำที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ อย่าหยุดอย่าเร่งความเร็วขึ้น


3. ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูง ๆ เพราะ จะทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องมีความร้อนสูงขึ้น ใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน และสิ่งที่จะตามมาก็เหมือนกับข้อ 1 ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสีย เพราะต่อให้น้ำจะท่วมท่อไอเสีย แล้วสตาร์ทรถอยู่ที่รอบเดินเบา แรงดันที่ออกมาเพียงพอที่จะดันน้ำออกมาอย่างสบาย ๆ ต่อให้จอดรถทิ้งไว้จนน้ำท่วมท่อไอเสียก็ตาม เมื่อสตาร์ทรถก็ยังติดแน่นอน สำหรับเครื่องหัวฉีด


4. ควรลดความเร็วลง เมื่อกำลังขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมา เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น ซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถของเราและรถที่วิ่งสวนมา มันก็อาจทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้


หลังจากลุยน้ำลึกมา สิ่งที่ควรทำต่อ คือ พยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ เพราะในช่วงแรก ๆ หลังจากการลุยน้ำลึกมา มันจะเบรกไม่อยู่ และเป็นอันตรายมาก ถ้าไม่ทำการย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก สำหรับเกียร์ธรรมดา ต้องมีการย้ำคลัชเช่นเดียวกับการย้ำเบรก เพราะหลังการลุยน้ำมา อาจมีปัญหาคลัชลื่น จึงต้องทำทั้งย้ำคลัชและย้ำเบรก และไม่ควรดับเครื่องทันที ถึงแม้ถึงจุดหมายก็ตาม เพราะอาจมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักของท่อไอเสีย ซึ่งควรสตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก ซึ่งจะสังเกตได้ว่า มีไอออกจากท่อไอเสีย ก็ไม่ต้องตกใจ ก็ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก เพื่อให้น้ำในหม้อพักมันระเหยออกไป เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ มันอาจจะผุได้


ถ้าต้องขับรถตอนน้ำท่วมอีก ก็นำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกัน จะได้รักษาสภาพรถไว้ใช้ได้นาน ๆ.


ข้อมูลจาก : เดลินิวส์
Read On

HOW TO...ตอน การเปลี่ยนยางรถยนต์ ผู้หญิง ก็ทำได้